พระอาจารย์กล่าวว่า “#ความเจ็บป่วยเป็นโอกาสที่ดีที่สุด #ทำให้เราเห็นชัดว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา #และมีแต่ความทุกข์ #ในเมื่อเห็นอย่างนี้แล้วก็หมดความอยากที่จะเกิด เราก็เอาใจเกาะพระเกาะนิพพาน เท่ากับเรามีโอกาสหลุดพ้นสูงกว่าคนอื่นเขา
เห็นทุกข์เห็นสภาพเป็นจริง ว่าร่างกายมีปกติเป็นอย่างนี้แล้ว เราก็หมดความต้องการ ท้ายสุดก็คิดว่า เราอยู่กับร่างกายแค่ชาตินี้ชาติเดียว ชดใช้กรรมไป จบจากชาตินี้เราก็ไปนิพพานแล้ว
โดยเฉพาะคำว่าชาตินี้ บางทีฟังดูว่าไกล เราต้องคิดว่าเราอยู่กับร่างกายแค่วันนี้วันเดียว หรืออยู่กับร่างกายแค่ชั่วลมหายใจเดียว พ้นจากวันนี้ก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เห็นวันรุ่งขึ้นหรือเปล่า หรือไม่ก็เราหายใจออกก็ไม่รู้จะได้หายใจเข้าหรือไม่..ก็จะพ้นไปแล้ว เราจะรู้สึกว่าแค่เดี๋ยวเดียว ก็จะไม่ทุกข์ทรมานมากนัก
บางคนเขาสงสัยว่า พระอาจารย์ป่วยหนักขนาดนี้แล้วอยู่ได้อย่างไร ? ก็อยู่กับร่างกายวันเดียว พรุ่งนี้ก็ไม่มีแล้ว ถ้าอยู่ถึงพรุ่งนี้ ก็อยู่แค่อีกวันหนึ่ง แต่อาการป่วยนี้ดี..ทำให้ไม่อ้วน เพราะว่าโรคเอาไปกินหมด ไม่เหลือไว้ให้เลย..! ”

ถาม : ถ้าเราคิดว่าเราอยู่แค่วันเดียว ?
ตอบ : นั่นยังหยาบไป เอาแค่ลมหายใจก็พอ #หายใจออกเราอาจจะไม่ได้หายใจเข้าก็ได้ #หายใจเข้าเราอาจจะไม่ได้หายใจออกก็ได้ #ความตายอยู่กับเราทุกลมหายใจเข้าออก เราจะพ้นจากร่างกายนี้ไปแล้ว
ในเมื่อรู้สึกว่าเราจะพ้นจากร่างกายในชั่วอึดใจนี้ ก็จะอยู่ด้วยความปีติปลื้มใจ เพราะเราไม่ต้องทุกข์กับร่างกายนาน แค่ชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้น ถ้าพ้นจากตรงนี้ก็ขอไปอยู่กับพระพุทธเจ้าที่นิพพาน ที่อื่นไม่เอาแล้ว
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เก็บตกบ้านอนุสาวรีย์ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๕๓
ที่มา : www.watthakhanun.com
