สู้กับกิเลสความหลงผิดของเราเอง

☆ค่อยๆ เรียน ค่อยๆ รู้นะ เกิดความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นๆ วันละเล็กวันละน้อย ไม่ต้องรีบแต่ขยัน ขยันรู้ขยันดูแต่ไม่รีบร้อน ถ้าลุกลี้ลุกลนอันนี้ไม่ดี ดังนั้นต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเอง ช่วงไหนมันเหนื่อยนักทำอะไรไม่ไหว พุทโธอย่างเดียวก็ยังได้เลย ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ทำสมถะไว้ก่อน

มันลำบาก ต้องต่อสู้กับกิเลสความหลงผิดของเราเอง ไม่ได้สู้กับคนอื่นหรอกกัมมัฏฐานเนี่ย เอาชนะตัวเองนี่ยากที่สุดเลย ชนะคนอื่นไม่อัศจรรย์นะ  ชนะกิเลสชนะจิตใจตัวเองได้นี่อัศจรรย์ที่สุดเลย ชนะคนอื่นมันก่อเวร ชนะกิเลสตัณหาของตัวเองนี่มันพ้นทุกข์จริงๆ ต้องพากเพียรนะ ต้องอดทน

บางครั้งเรารู้สึกท้อแท้ขึ้นมาเพราะอะไร บางทีเราไปตั้งความหวังไว้ เช่น ปฏิบัติเท่านี้น่าจะได้ผลเท่านี้
พอปฏิบัติด้วยความคาดหวัง มันไม่เป็นอย่างหวังก็ท้อแท้ใจ หลวงพ่อภาวนานะ ไม่เคยท้อเลย เหนื่อยแต่ไม่ท้อนะ เบื่อก็รู้ว่าเบื่อ ท้อใจก็รู้ว่าท้อใจ วับก็ขาดเลย ไม่มีเวลาท้อ รู้สึกว่ากิเลสตัณหายังเผาลนจิตใจของเรา
ไม่มีเวลาท้อแท้นะ เหมือนไฟไหม้บ้านอยู่อย่างนี้ เหนื่อยนะต้องขนของหนี หรือจะมาดับไฟ แต่หยุดไม่ได้ เพราะไฟกำลังไหม้อยู่ ไฟกำลังเผาใจเรา ท้ออย่างไรก็ต้องสู้นะ มันหยุดไม่ได้ ถ้าหยุดก็คือถูกไฟครอกตายอยู่ตรงนั้นเลย เสียชาติเกิด

หลวงพ่อเคยท้อจริงๆ ครั้งเดียว ตอนมาอยู่สวนโพธิ์ บวชแล้วนะ ตอนเป็นฆราวาสไม่เคยท้อเลย เพราะไม่เคยคาดหวังว่าจะต้องได้อะไร เมื่อไหร่ ไม่คาดหวังแล้วง่าย พอบวชแล้วนี่ลุกลี้ลุกลนแล้วว่าบวชแล้วต้องลุยแล้ว
มาบวชได้เมื่อแก่ตั้งสี่สิบแปด กว่าพ่อกว่าแม่จะพร้อม แม่พร้อมคือแม่ตายไป พ่อพร้อมคือพ่อยอมมาอยู่วัดด้วย กว่าจะได้บวชอายุเยอะ ลุกลี้ลุกลนในการภาวนาไป โอ้ เหนื่อย ใช้สติใช้ปัญญาสังเกตเอา เรารีบร้อนเกินไปแล้ว ใจเย็นๆ นั่งดูไป สังเกตแต่ละวัน คอยรู้คอยดูจิตใจไปสบายๆ บางวันใจก็วางความยึดถือใจไป หลุดออกไป โอ้สบาย นิพพานแล้ว นิพพานอยู่นี่เอง หลายๆ วันเสื่อมได้อีกแน่ะ เจริญแล้วเสื่อมๆ อยู่ตรงนี้

52602112_2253158558297346_7138589804660260864_n

เราสังเกตดูแต่ละแง่แต่ละมุมที่จิตมันดำเนินไป ล้วนแต่เป็นเรื่องอริยสัจทั้งหมดเลย จิตค้นคว้าแต่เรื่องอริยสัจ
แต่ไม่รู้ตัวนะว่าเป็นเรื่องอริยสัจ พอค้นคว้าอริยสัจไป มุมนี้หลุดออกมา โอ้สบายแล้ว เอ๊ะ หลายวันเสื่อมลงมาอีก จิตมันค้นคว้าอีก ค้นคว้าเข้าใจอริยสัจอีกมุมหนึ่งแล้ว สบายอีกแล้ว เสร็จแล้วก็เสื่อม ถึงจุดหนึ่งนะท้อใจเลย จนปัญญาแล้วนะ หมดสติ หมดปัญญาแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ถึงทางตัน ครูบาอาจารย์ก็ไม่มี ช่วยตัวเองไม่รู้จะช่วยอย่างไร จนปัญญา ท้อใจว่าชาตินี้ไปไม่รอดแล้วได้แค่นี้ ใจมันถอด ถอดใจ พอยอมรับว่าได้แค่นี้นะ ใจเลิกดิ้นเลย เห็นไหม เอาความท้อใจมาใช้ประโยชน์อีก เห็นไหม ไม่ใช่ท้อแท้แล้วเลิกปฏิบัตินะ ท้อแล้วเลิกดิ้น ใจไม่ดิ้น มันไม่มีทางจะทำให้มันหลุดพ้นได้แล้วชาตินี้ หมดปัญญาแล้ว

ตามรู้ตามดูนะ พอมันแจ้งอริยสัจจริง แจ้งปฏิจจสมุปบาทจริงๆ โอ้ มันคุ้มค่ากับการที่เราเหนื่อยยากมาแสนสาหัสนะ เหนื่อยยาก หลวงพ่อภาวนามาตั้งแต่ไหนๆ เราลำบากมานานทุลักทุเล ใจต้องถึงจริงๆ นะ ต้องสะสมกำลังจิตกำลังใจของเรา เรียกว่าบารมีแต่ละอันๆ สะสม การจะออกจากภพจากชาติไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ถ้าเราไม่เริ่มเสียแต่วันนี้นะ ไปเจอพระศรีอารย์ฯ เราก็ขี้เกียจขี้คร้านอีก ทำไม่เป็นอีกนั่นแหละ
เริ่มตั้งแต่วันนี้ไป

🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣🌣
กราบพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
กราบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
_/|\_ _/|\_ _/|\_

Cr.หนังสือประมวลธรรมเทศนา หน้าที่ ๑๐๕-๑๐๖

ขออนุโมทนาบุญกับอาจารย์สุรพล สายพานิช
และคณะ ผู้มีส่วนทำให้หนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นได้
🙏🙏🙏

ใส่ความเห็น

เว็บนี้ใช้ Akismet เพื่อลดสแปม. เรียนรู้ว่าข้อมูลแสดงความเห็นของคุณถูกประมวลผลอย่างไร.